Archive for the ‘-:- เก็บมาคิด -:-’ Category

ยังไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากที่พยายามเช็คข้อมูลจากใครหลายๆคนแล้ว ว่ามีใครไปเคาท์ดาวน์ที่ซานติก้าบ้าง เหตุการณ์ผ่านไปหลายวัน เพิ่งได้รับรู้วันนี้ ว่าเธอก็เป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ที่นั่น…วันนั้น ไม่รู้อะไรดลใจให้เพื่อนๆไปที่นั่น คืนนั้น ไม่รู้อะไรดลใจให้ย้ายจากโต๊ะหน้าประตูไปที่หน้าเวที ไม่รู้ว่าทำไมมือของเธอที่เกาะกุมเพื่อนไว้ จึงไม่แน่นพอที่จะพาเธอออกมาได้ทัน   หรือใครบางคนกำหนดเอาไว้แล้ว ว่าเธอจะต้องไปที่นั่น เพื่อพบเจอกับเหตุการณ์นั้น หรือเธอจะไม่มีสิทธิ์แม้การได้หายใจสูดอากาศยามเช้าของปี 2009   …ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหน ขอให้เธอรู้ไว้ ว่าพวกเราจะคิดถึงเธอตลอดไป…


หลัก(ทำ)ประจำใจ วันนี้ขอเสนอหลักทำ 2 ข้อ คือ ‘เอาวะ‘ กับ ‘ช่างแม่ง‘ ข้อที่ 1 เอาวะ หลักทำ ‘เอาวะ‘ ใช้กับเหตุการณ์ที่จะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง เมื่อท่านจะคิดจะทำอะไรซักอย่างให้พูดคำว่า ‘เอาวะ‘ หลักทำ ‘เอาวะ‘ จะช่วยให้ท่านได้ลงมือทำตามปรารถนา ข้อที่ 2 ช่างแม่ง หลักทำ ‘ช่างแม่ง‘ ใช้เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือผิดหวัง เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือความผิดหวังขึ้นกับตัวท่าน ให้ท่านพูดคำว่า ‘ช่างแม่ง‘ หลักทำ ‘ช่างแม่ง‘ จะช่วยสลัดท่านออกจากความเศร้าหมองที่ท่านตอกย้ำตนเอง อาจไม่สุภาพ แต่ใต้จิตสำนึกมันช่วยท่านได้ 55555


Dear John Letter

06เม.ย.08

Dear Jon Letter เป็นจดหมายที่หญิงสาวเขียนให้แฟนหนุ่มที่เข้าประจำการในกองทัพเพื่อตัดสัมพันธ์รัก มีที่มาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่หนุ่มๆที่ไปเข้าประจำการถูกบอกเลิก แล้วก็ขึ้นต้นจดหมายว่า Dear John “Dear John,” the letter began. “I have found someone else whom I think the world of. I think the only way out is for us to get a divorce,” it said. ช่างน่าเศร้าจริงๆที่ความสัมพันธ์ของทุกๆคู่จะไม่ได้อยู่ยืนยงไปจนนิรันดร บางทีเราอาจจะเจอผู้ชายซักคนที่วิเศษซะเหลือเกิน แต่วันนึงก็กลับพบว่าเค้าคนนั้นไม่ได้เป็นคนที่ใช่ แล้วก็ถึงเวลาซะที ที่จะต้องตัดสินใจจบความสัมพันธ์นั้น บางทีการบอกเลิกซึ่งๆหน้าคงจะดีซะกว่า แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ละ ถ้ามันไม่มีโอกาสให้ได้ทำแบบนั้น การเขียนจดหมายก็คงจะเป็นอีกวิธีที่ทำให้เราได้กลั่นกรองคำพูด ได้ใช้ความคิด แล้วค่อยจรดลงเป็นตัวหนังสือ Dear John Letter [...]


โดย พระไพศาล วิสาโล มีนิทานเรื่องหนึ่งเล่าสืบต่อกันมาว่า ชายผู้หนึ่งได้มอบตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์ผู้เคร่งครัดในการบำเพ็ญพรต หลังจากฝึกปฏิบัติมาได้หลายปี อาจารย์ก็อนุญาตให้ชายผู้นี้ไปบำเพ็ญตบะแต่ผู้เดียวบนภูเขาอีกลูกหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปชายผู้นี้ปลีกตัวหลีกเร้นบำเพ็ญพรตอย่างจริงจัง ทุกคืนเขาจะถอดเสื้อซึ่งมีอยู่ตัวเดียวพาดไว้ที่ขอบหน้าต่างกระท่อม เช้าวันหนึ่งเขาตื่นมาพบว่าเสื้อของเขาถูกหนูกัดขาดเป็นริ้ว เขาปะซ่อมเสื้อนานเป็นวันวันรุ่งขึ้นก็พบว่าเสื้อตัวนั้นถูกหนูกัดอีก คราวนี้ขาดวิ่นจนเกินกว่าจะซ่อมได้ เขาจึงไปขอเสื้อจากชาวบ้านมาใส่ แต่แล้วก็ถูกหนูกัดจนยับเยินอีก ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจไปขอแมวจากชาวบ้านมาไว้ที่กระท่อม เขาไม่ต้องกังวลเรื่องหนูอีกแล้ว แต่คราวนี้เขาต้องไปขอนมวัวจากชาวบ้านเพื่อมาเลี้ยงแมว ผ่านมาได้หนึ่งสัปดาห์เขาก็มีความคิดขึ้นมาว่า การไปขอนมวัวจากชาวบ้านเป็นเรื่องยุ่งยาก หาวัวมาเลี้ยงจะดีกว่า แต่เมื่อมีวัวแล้วก็ต้องหาหญ้าให้มันด้วย เขาเกี่ยวหญ้าให้วัวอยู่พักใหญ่ก็รู้สึกว่าเสียเวลาปฏิบัติ จึงไปจ้างลูกสาวชาวบ้านมาเกี่ยวหญ้าแทน ไม่นานเงินที่เก็บไว้ก็ร่อยหรอ เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการแต่งงานกับสาวชาวบ้านเสียเลย จะได้ไม่ต้องเสียเงินจ้าง แถมยังได้คนมาช่วยงานบ้านด้วย ทีนี้เมื่อแต่งงานแล้วก็ต้องช่วยกันทำมาหากิน เขาจึงเลิกบำเพ็ญพรต และกลายเป็นพ่อค้าในที่สุดก็กลายเป็นเศรษฐี แล้ววันหนึ่งอาจารย์ก็มาเยี่ยมลูกศิษย์ เขาแปลกใจที่เห็นคฤหาสน์ขึ้นมาแทนที่กระท่อม  และแปลกใจยิ่งขึ้นที่เห็นลูกศิษย์ในคราบเศรษฐี อาจารย์ถามลูกศิษย์ว่าเกิดอะไรขึ้น คำตอบของลูกศิษย์ก็คือ พูดไปอาจารย์อาจไม่เชื่อ แต่ไม่มีทางอื่นอีกแล้วที่ผมจะรักษาเสื้อของผมได้’ นิทานเรื่องนี้ ให้คติสอนใจทั้งพระและชาวบ้าน ชายผู้นี้เริ่มต้นด้วยการเป็นนักพรตที่ยากจน แต่ลงท้ายกลับกลายเป็นผู้ครองเรือนที่มั่งคั่ง วิถีชีวิตที่หันเหเบี่ยงเบนจนกลายเป็นตรงกันข้ามนั้นเริ่มต้นด้วยเหตุเพียงเล็กน้อยนั่นคือการหาแมวมาจับหนูปัญหาของเขาในตอนนั้นคือเสื้อขาดเพราะถูกหนูกัด แต่แทนที่เขาจะต่อกรงหรือทำกับดักจับหนู เขาเลือกที่จะใช้แมวมาจัดการหนู วิธีนี้ทุ่นแรง ทุ่นเวลา แต่ปัญหาที่ตามมาคือต้องหานมมาเลี้ยงแมว การหาวัวมาเลี้ยงแก้ปัญหาที่ว่าได้ แต่ภาระที่ตามมาคือต้องเกี่ยวหญ้าให้ วัว การจ้างคนมาเกี่ยวหญ้าทำให้เขาไม่เหนื่อยและมีเวลาบำเพ็ญพรตได้มากขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาคือต้องหาเงินมาจ่ายคนงาน ชายผู้นี้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการแต่งงานกับคนงานเสียเลย แต่เขาก็ต้องแลกด้วยการละทิ้งชีวิตนัก บวช ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะเขาเลือกใช้วิธีที่คิดว่าสะดวกสบายที่สุดในการรักษาเสื้อ! ความสะดวกสบายนั้นไม่เคยได้มาเปล่า ๆ ฟรี ๆ มันมักจะพ่วงเอาปัญหาหรือภาระอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาด้วยเสมอ รถยนต์อาจทำให้ไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่ก็ทำให้ต้องทำงานหนัก ขึ้น  เพื่อหาเงินมาผ่อนรถ (รวมทั้งซื้อน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ) และทำให้มีเรื่องหนักอกหนักใจมากขึ้น จะไปไหนก็คอยเป็นห่วงรถ จะเข้า [...]


ความคิดของเราที่มันวนๆๆๆอยู่ในหัว ตราบเท่าที่ยังวนอยู่ในหัว เรายังคงควบคุมมันได้ จัดการให้มันอยู่กับร่องกับรอย ให้มันไปในทิศทางที่ถูกที่ควร แต่เมื่อความคิด หลุด… ออกมาเป็นคำพูด เท่านั้นแหละ มันก็กลายเป็นนายของเราไปในทันที อย่างที่โบราณเค้าว่า “ปากเป็นนาย กายเป็นบ่าว” คำพูดที่พูดออกมา สะท้อนให้เห็นถึงความคิด ทัศนคติ นิสัยใจคอ และยังอะไรต่อมิอะไรอีกหลายๆอย่าง ยิ่งเป็นคนที่พูดแต่ละที มีผู้ฟังมากโข ก็จะยิ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สิ่งที่สร้างที่ทำมาทั้งหมด อาจจะมีจุดด่างพร้อย จากคำพูดพร่อยๆเพราะความคะนองได้ เพียงแค่ประโยคเดียว และคนบางคนอาจเสียความรู้สึกจากประโยคพร่อยๆนั้นไปตลอดกาล “ไชยา” พูดพล่อย ไล่ผู้ป่วยเอดส์กินดอกไม้จันแทนยา นายไพศาล จงอนุรักษ์ อดีตประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อภาคกลาง เปิดเผยว่า ในระหว่างการหารือตนเองได้พูดขึ้นว่า “ถ้าท่านทบทวนยกเลิกซีแอลผมคงไม่มียากิน แต่ผมต้องกินยาทุกวัน ดังนั้น ผมคงต้องคิดแล้วว่าต้องกินยาอะไรต่อ” ตอนนั้นตนเองนึกชื่อ ยาฆ่าหญ้าไม่ออก เลยถามเพื่อนว่า ยาฆ่าหญ้าชื่ออะไรนะ ซึ่งรัฐมนตรีตอบกลับมาว่า “ถ้าเป็นเขาให้กินดอกไม้จันแล้ว” พอเพื่อนบอกว่า ยากรัมม็อกโซล ตนเองจึงบอกตอบไปว่า “ดอกไม้จันผมไม่กินผมกินยาฆ่าหญ้า”



Follow

Get every new post delivered to your Inbox.